vwinmaster

vwinmaster

ผู้เยี่ยมชม

vwinmaster@gmail.com

  Vwin Talk 26 สิงหาคม (53 อ่าน)

Aug 26, 2020 16:43

10 ผู้เล่นที่เคยลงเล่นให้เชลซีและอาร์เซน่อลก่อนที่วิลเลี่ยนจะเป็นรายต่อไป by vwin



หลังจากที่ วิลเลี่ยน บรรลุข้อตกลงในการย้ายมายังถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ทำให้วิลเลี่ยนจะเป็นอีก 1 ผู้เล่นที่ได้ชื่อว่าลงเล่นให้ทั้งอาร์เซน่อลและเชลซี เรามาดูกันว่า 10 ผู้เล่นก่อนหน้าที่เคยลงเล่นให้ทั้ง 2 ทีมมีใครกันบ้าง



1. เอ็มมานูเอล เปอตีต์ (อาร์เซน่อล 1997-2000/เชลซี 2001-04) กองกลางชาวฝรั่งเศสผู้คว้าแชมป์โลกและแชมป์ยุโรปในนามทีมชาติ อยู่ในสีเสื้ออาร์เซน่อลช่วงก่อนปี 2000 โดยอาร์แซน เวนเกอร์ ซื้อมาจากโมนาโก เพื่อเป็นพาร์ทเนอร์กับ ปาทริค วิเอร่า คว้าดับเบิ้ลแชมป์ (พรีเมียร์ ลีก/เอฟเอ คัพ) ในปี 1998 ก่อนที่ปี 2000 เปอตีต์จะย้ายไปยังบาร์เซโลน่าร่วมกับมาร์ค โอเวอร์มาร์ส แต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บรบกวน ปีถัดมาเชลซีจึงดึงกลับมาเล่นที่อังกฤษอีกครั้ง โดยเปอตีต์อยู่ในทีมชุดที่แพ้อาร์เซน่อลในรอบชิง เอฟเอ คัพ ปี 2002 ซึ่งเปอตีต์ถือว่ามีส่วนสำคัญในการพัฒนาฝีเท้าของแฟรงค์ แลมพาร์ด ก่อนที่อาการบาดเจ็บหัวเข่าเรื้อรังจะทำให้เปอตีต์ต้องรีไทร์ตัวเอง แม้จะมีข้อเสนอจากโบลตัน วันเดอเรอร์ส ก็ตาม



2. วิลเลี่ยม กัลลาส (เชลซี 2001-06/อาร์เซน่อล 2006-10) กองหลังชาวฝรั่งเศสผู้เล่นได้ทั้งเซนเตอร์และแบ็คซ้าย ย้ายสู่ถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ในปี 2001 ภายใต้การคุมทีมของเคลาดิโอ รานิเอรี่ โดยเจ้าตัวได้รับการฝึกปรือจาก มาร์กเซล เดอไซญี่ และก็เป็นผู้ฝึกปรือ จอห์น เทอร์รี่ เช่นกัน กัลลาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ในปี 2005/06 และลีก คัพในปี 2005 รวมทั้งพาเชลซีเข้าสู่รอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2002 ถึงกระนั้น กัลลาสก็ปฏิเสธสัญญาฉบับใหม่กับทีม เนื่องจากไม่สามารถตกลงค่าเหนื่อยกันได้ ถึงขั้นขู่ว่าจะยิงประตูตัวเองถ้าได้ลงสนามหากไม่ได้ย้ายออกจากทีม ทำให้สุดท้ายกัลลาสก็ย้ายไปอยู่กับอาร์เซน่อลในฐานะส่วนหนึ่งของการยื่นซื้อแอชลีย์ โคล โดยเซ็นสัญญากับ 4 ปี ก่อนจะเป็นกัปตันทีมในปีถัดมา แม้เจ้าตัวจะสวมปลอกแขนกัปตันทีม แต่บ่อยครั้งในการสัมภาษณ์ ทำให้เจ้าตัวมักถูกสโมสรลงโทษดร็อปจากทีม กระทั่งเจ้าตัวปฏิเสธต่อสัญญาฉบับใหม่เนื่องจากไม่สามารถตกลงค่าเหนื่อยได้ และเป็นท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ส ที่คว้าตัวกัลลาสไปร่วมทีม ก่อนปิดฉากการค้าแข้งกับ เพิร์ธ กลอรี่ในออสเตรเลีย



3. นิโกล่าส์ อเนลก้า (อาร์เซน่อล 1997-99/เชลซี 2008-12) อดีตกองหน้าจอมพเนจรชาวฝรั่งเศส ผู้เคยอยู่ทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรป ถูกอาร์แซน เวนเกอร์ ซื้อตัวมาจากปารีส แซงต์ แชร์กแมงต์ ในปี 1997 ด้วยวัย 17 ปี แม้ช่วงแรกจะได้โอกาสไม่มาก แต่ด้วยอาการบาดเจ็บของ เอียน ไรท์ ทำให้อเนลก้าได้โอกาสเฉิดฉายและทำผลงานเปรี้ยงปร้าง เป็นผู้เล่นคนสำคัญในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีกและ เอฟเอ คัพ ในปีดังกล่าว ถึงกระนั้นแฟนบอลของทีมกลับไม่ค่อยปลื้มอเนลก้า เนื่องจากเจ้าตัวดูจะขาดความมุ่งมั่นในการเล่นให้ทีม ทำให้อเนลก้าประกาศกับสื่อว่าต้องการจะย้ายทีม และเป็นเรอัล มาดริดที่ได้ตัวอเนลก้าไป หลังจากนั้นเส้นทางของอเนลก้าถือได้ว่าลงเล่นกับทีมชั้นนำมากมาย ทั้ง ปารีสฯ(อีกครั้ง), ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เฟเนร์บาห์เช่, โบลตัน วันเดอร์เรอร์ส ก่อนที่ปี 2008 อเนลก้าจะได้โอกาสลงเล่นกับเชลซี และเป็น 1 ในคนที่พลาดจุดโทษในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปีเดียวกัน ก่อนที่ฤดูกาลต่อมา เนื่องจากอาการบาดเจ็บของดิดิเยร์ ดร็อกบา ทำให้อเนลก้าได้โอกาสลงสนามมากขึ้นจนคว้ารางวัลดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีก ก่อนที่ปี 2010 อเนลก้าจะร่วมพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และเป็นผู้เล่นรายที่ 3 ที่สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ได้กับ 2 สโมสร (เฮนนิ่ง เบิร์ก/แอชลี่ย์ โคล) ก่อนที่ปี 2012 อเนลก้าจะย้ายไปเล่นกับ เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว ในไชนีส ซูเปอร์ ลีก ก่อนแวะมาที่ยูเวนตุส, เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน และปิดฉากกับ มุมไบ ซิตี้ ในอินเดีย



4. ลาสซาน่า ดิยาร์ร่า (เชลซี 2005-07/อาร์เซน่อล 2007-08) อดีตกองกลางทีมชาติฝรั่งเศส(อีกแล้ว) ถูกเชลซีคว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2005 ขณะอายุ 20 ปี โดยเจ้าตัวได้รับการฝึกฝนจาก โคล้ด มาเกเลเล่ ซึ่งในปีแรกเจ้าตัวไม่ได้รับโอกาสมากนัก ก่อนที่ปีถัดมาเจ้าตัวจะมีโอกาสลงสนามมากขึ้น แม้จะเป็นตำแหน่งแบ็คขวาก็ตาม พร้อมคว้าดับเบิ้ลแชมป์บอลถ้วย (ลีก คัพ/เอฟเอ คัพ) ถึงกระนั้นเจ้าตัวก็เลือกไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่กับเชลซีเเละย้ายทีมสู่อาร์เซน่อลแบบไม่มีค่าตัว แม้จะเล่นได้สารพัดตำแหน่ง แต่การเข้ามาของมาติเยอ ฟลามินี่ ทำให้ดิยาร์ร่าต้องย้ายทีมอีกครั้ง และเป็นปอร์ทสมัธที่รับช่วงต่อ ก่อนได้โอกาสครั้งสำคัญในการร่วมทีมใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด และทีมอื่นๆ ทั้ง อันชิ มาคัชคาล่า, โลโคโมทีฟ มอสโก, โอลิมปิก มาร์กเซย์, อัล จาซีร่า(สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) และปิดท้ายกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง



5. แอชลีย์ โคล (อาร์เซน่อล 1999-2006/เชลซี 2006-14) ฟูลแบ็คซ้ายทีมชาติอังกฤษ เด็กสร้างของอาร์เซน่อล โดยโคลเริ่มขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 1999 ก่อนเซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกช่วงต้นปี 2000 โคลเริ่มได้โอกาสลงสนามมากขึ้นเมื่อซิลวิณโญ่ ฟูลแบ็คซ้ายตัวจริงของทีมได้รับอาการบาดเจ็บและยึดตำแหน่งตัวจริงได้ยาวๆ ก่อนคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย (2002, 04) และเอฟเอ คัพ 3 สมัย (2002, 03, 05) แม้ปีถัดมาเจ้าตัวจะบาดเจ็บจนพลาดนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกก็ตาม กระทั่งปีสุดท้ายที่อยู่กับทีม โคลเริ่มมีข่าวว่าเชลซีสนใจคว้าตัวไปร่วมทีม ถึงขั้นที่เจ้าตัวแอบติดต่อกับเชลซีอย่างลับๆจนโดนปรับไป 75,000 ปอนด์ แม้ว่าสุดท้ายโคลจะต่อสัญญาออกไปอีก 1 ปีแต่ในท้ายที่สุด เชลซีก็เป็นฝ่ายเซ็นสัญญากับโคลในปี 2006 ด้วยค่าตัว 16 ล้านปอนด์บวกกับวิลเลี่ยม กัลลาส ซึ่งโคลยึดตำแหน่งแบ็คซ้ายของทีมได้อย่างเหนียวแน่น คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก กับเชลซี 1 สมัย (2010) พ่วงด้วย เอฟเอ คัพ 4 สมัย (2007, 09, 10, 12) ลีกคัพ 1 สมัย (2007), ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (2012) และยูโรป้า ลีก (2013) จนกระทั่งการเข้ามาของ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ทำให้ตำแหน่งตัวจริงของโคลต้องเปลี่ยนมือ โคลต้องอำลาเชลซีในปี 2014 ก่อนย้ายไปโรม่า, แอลเอ กาแล็กซี่ และปิดท้ายที่ดาร์บี้ เคาท์ตี้ ซึ่งทำให้โคลได้ร่วมงานกับ แฟรงค์ แลมพาร์ด อีกครั้ง จนถึงปัจจุบันกับเชลซีในตำแหน่งโค้ชทีมอคาเดมี่



6. ยอสซี่ เบนายูน (เชลซี 2010-13/อาร์เซน่อล 2011-12) หากเอ่ยถึงนักฟุตบอลอิสราเอล เบนายูน น่าจะเป็นชื่อแรกๆที่ผู้คนนึกถึง โดยเบนายูน มีช่วงเวลาที่อยู่กับเชลซีในช่วงปี 2010-13 โดยย้ายมาจากลิเวอร์พูล แต่เนื่องด้วยอาการบาดเจ็บที่เบนายูนได้รับ รวมถึงโอกาสลงสนามที่ค่อนข้างจำกัด ทำให้ในปี 2011 เบนายูนถูกอาร์เซน่อลยืมตัวไปใช้งาน 1 ฤดูกาล แม้ว่าจะทำผลงานกับอาร์เซน่อลได้ค่อนข้างดี แต่อาการบาดเจ็บที่เบนายูนมีทำให้อาร์เซน่อลไม่เซ็นสัญญาถาวร เบนายูนจึงต้องกลับสู่เชลซีอีกครั้ง ต่อด้วยเวสต์แฮม, ควีนสปาร์ค เรนเจอร์ส, และปิดท้ายอาชีพกับไบตาร์ เยรูซาเล็ม ในบ้านเกิด



7. เชสก์ ฟาเบรกาส (อาร์เซน่อล 2003-11/เชลซี 2014-19) อดีตเด็กฝึกหัดจากศูนย์ฝึก ลา มาเซีย รุ่นเดียวกับ ลิโอเนล เมสซี่ แต่ไม่สามารถแจ้งเกิดได้ ก่อนจะย้ายมาอยู่กับอาร์เซน่อลในปี 2003 ในช่วงแรก เจ้าตัวมีปัญหากับการปรับตัวอยู่บ้าง จนกระทั่งอาการบาดเจ็บของเอดูและกิลแบร์โต้ ซิลวา ทำให้ฟาเบรกาสเริ่มได้โอกาสลงสนามมากขึ้น กระทั่งการจากไปของปาทริค วิเอร่า ทำให้ฟาเบรกาสเริ่มยึดตำแหน่งตัวจริงในทีม แม้ผลงานของทีมในช่วงดังกล่าวแทบจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ฟาเบรกาสได้รางวัลส่วนตัวอย่างมากมาย รวมถึงปลอกแขนกัปตันทีมในฤดูกาล 2008-09 ซึ่งนั่นทำให้ฟอร์มของฟาเบรกาสเริ่มเป็นที่สนใจของบาร์เซโลน่าที่ต้องการดึงตัวกลับทีมเก่า แม้ในปี 2010 อาร์เซน่อลจะปฏิเสธการปล่อยตัว แต่ในปี 2011 ฟาเบรกาสก็ย้ายไปยังบาร์เซโลน่า ก่อนที่ปี 2014 ฟาเบรกาสจะกลับมายังลอนดอนอีกครั้ง แต่เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีน้ำเงิน เมื่อเซ็นสัญญา 5 ปีกับเชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก 2 สมัย (2015, 17) โดยมีทีเด็ดที่การสร้างสรรค์เกมรวมแอสซิสท์ประตูสวยๆมากมาย ก่อนที่ปี 2019 ฟาเบรกาสจะย้ายไปเล่นให้กับโมนาโกในฝรั่งเศสจนถึงปัจจุบัน



8. ปีเตอร์ เช็ค (เชลซี 2004-15/อาร์เซน่อล 2015-19) นายประตูผู้มีเอกลักษณ์ที่การสวมเฮดการ์ดป้องกันศีรษะในการลงเฝ้าเสาเนื่องจากการปะทะกับสตีเฟ่น ฮันท์ เมื่อปี 2006 โดยเช็คย้ายมายังเชลซีในปี 2004 สมัยที่โชเซ่ มูริณโญ่ เป็นนายใหญ่ของทีม ด้วยราคา 7 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร (ณ ขณะนั้น) แม้ช่วงแรกเช็คจะยังเป็นตัวสำรองของคาร์โล คูดิชินี่ แต่ด้วยอาการบาดเจ็บของคูดิชินี่ ทำให้เช็คเริ่มได้โอกาส จนเบียด คูดิชินี่ เป็นตัวสำรอง อีกทั้งยังเคยไม่เสียประตูนานถึง 1,025 นาที ก่อนที่เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ จะทำลายลงไป ซึ่งในปี 2005 เชลซีเสียไปเพียง 15 ประตู ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ก่อนที่ปี 2006 เช็คจะประสบอุบัติเหตุเข้าปะทะกับสตีเฟ่น ฮันท์ จนกระดูกศีรษะร้าว ต้องพักไปร่วม 3 เดือน ซึ่งทำให้เช็คต้องสวมเฮดการ์ดตลอดเวลาแม้จะหายบาดเจ็บแล้วก็ตาม เมื่อเช็คคัมแบ็คกลับมาเขาก็ไม่เสียประตูนานถึง 9 นัดติดต่อกัน ถึงแม้เจ้าตัวจะมีอาการบาดเจ็บเล็กๆน้อยๆอยู่บ้าง แต่นั่นก็ไม่ทำให้ประสิทธิภาพของเจ้าตัวลดลงแต่อย่างใด จนกระทั่งการเข้ามาของ ธิโบต์ คูร์กตัวส์ ในปี 2014 อีกทั้งอาการบาดเจ็บเล็กๆน้อยๆที่เริ่มมีมากขึ้นจะทำให้โอกาสลงสนามของเช็คลดน้อยลง ก่อนที่ปี 2015 อาร์เซน่อลจะยื่น 10 ล้านปอนด์ เพื่อยื่นซื้อเช็คจากเชลซี ซึ่งที่อาร์เซน่อลทำให้เช็คสร้างประวัติศาสตร์ไม่เสียประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก กระทั่งการเข้ามาของแบรนด์ เลโน่ รวมถึงอายุที่มากขึ้น จะทำให้เช็คประกาศรีไทร์ในปี 2019



9. โอลิวิเยร์ ชิรูด์ (อาร์เซน่อล 2012-18/เชลซี 2018-ปัจจุบัน) กองหน้าชาวฝรั่งเศส โด่งดังมากับมงต์เปลลิเยร์ในปีที่คว้าแชมป์ลีก เอิงครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อปี 2012 จนอาร์เซน่อลยื่นซื้อในราคา 9.6 ล้านปอนด์หลังจบฤดูกาล ซึ่งด้วยฟอร์มการทำประตูที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ แม้จะตกเป็นตัวสำรองบ้าง ทำให้ในปี 2018 เชลซียื่นซื้อชิรูด์โดยไม่มีการเปิดเผยค่าตัว ซึ่งฟอร์มการทำประตูของเจ้าตัวถือว่ายังคงเส้นคงวา แม้ว่าบทบาทจะหนักไปทางตัวสำรองมากกว่าตัวจริงก็ตาม



10. ดาวิด ลุยซ์ (เชลซี 2011-14,2016-19/อาร์เซน่อล 2019-ปัจจุบัน) เซนเตอร์แบ็คหัวฟูชาวบราซิลผู้โด่งดังจากการเล่นกับเบนฟิก้า มีทีเด็ดที่การพาบอลขึ้นไปยังแดนคู่แข่ง แม้ว่าจะหลุดตำแหน่งบ่อยก็ตาม อีกทั้งลูกฟรีคิกก็ทำได้ค่อนข้างดี โดยลุยซ์ย้ายมายังเชลซีในปี 2011 ที่ราคา 25 ล้านยูโรพ่วงกับเนมานย่า มาติช ลุยซ์เข้ามาสร้างอิทธิพลให้กับแนวรับของทีมได้ค่อนข้างมาก ในระบบปราการหลังคู่กลางที่มีพาร์ทเนอร์ทั้งแกรี่ เคฮิลล์ หรือจอห์น เทอร์รี่ ก่อนที่ปี 2014 ปารีส แซงต์ แชร์กแมง จะยื่น 50 ล้านยูโรเพื่อซื้้อตัวลุยซ์ ถือเป็นค่าตัวกองหลังที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์(ณ ขณะนั้น) ซึ่งลุยซ์อยู่ที่ปารีสร่วม 2 ปี ก่อนที่ปี 2018 เชลซีจะยื่น 34 ล้านปอนด์เพื่อดึงตัวลุยซ์กลับสู่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และเป็นอาร์เซน่อลจะยื่น 8 ล้านปอนด์เพื่อดึงลุยซ์มาร่วมทีม ซึ่งด้วยอายุที่เริ่มมากขึ้น บวกกับสไตล์การเล่นของตัวเอง ทำให้ช่วงแรก ลุยซ์ดูจะเป็นจุดอ่อนของทีม ถึงขั้นทำสถิติเป็นผู้เล่นที่ทำเสียจุดโทษ 5 ครั้งในฤดูกาลเดียวเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ แต่ด้วยรูปแบบเกมรับของอาร์เซน่อลที่ในปราการหลัง 3 คนในช่วงหลัง ทำให้ลุยซ์เริ่มที่จะปรับตัวได้ดีมากขึ้น



>>>https://bit.ly/vwin666 <<<

สมัครวันนี้รับโบนัส 100% + 50 ฟรีสปิน

Vwin เว็บตรง มั่นคง จ่ายจริง

บoล บๅส คๅสิโu สล็อต มีครบจบที่เดียว

ฝากขั้นต่ำ 100 บาท รวดเร็ว บริการ 24 ชั่วโมง

แอดเลยLINE : @vwinthai (https://bit.ly/vwinline)

vwinmaster

vwinmaster

ผู้เยี่ยมชม

vwinmaster@gmail.com

ตอบกระทู้
CAPTCHA Image
กรุณากรอกตัวเลขผลลัพธ์จากด้านบน
Powered by MakeWebEasy.com